The Mekong–ASEAN Environmental Week (MAEW) is a regional platform for public exchange among civil society networks, diverse communities, academics, artists, youth, and social movements working across the Mekong region and Southeast Asia. Initiated by Project SEVANA Southeast Asia in 2019, MAEW has grown into an annual gathering that creates space for dialogue, learning, cultural exchange, and collective action around environmental justice and interconnected social issues.
The Mekong–ASEAN Environmental Week (MAEW) is a regional platform for public exchange among civil society networks, diverse communities, academics, artists, youth, and social movements working across the Mekong region and Southeast Asia. Initiated by Project SEVANA Southeast Asia in 2019, MAEW has grown into an annual gathering that creates space for dialogue, learning, cultural exchange, and collective action around environmental justice and interconnected social issues.
Events
Filter Events
{{ filteredEventsForView.length }} Events
Filter Events
{{ filteredEventsForView.length }} Events
*** ห้องประชุมริมน้ำ (107-108) คณะศิลปศาสตร์***
เวทีนี้ชวนทำความเข้าใจว่าโครงการคาร์บอนคืออะไร เหตุใดจึงกำลังขยายตัวทั้งในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและในระดับโลก และมีความเชื่อมโยงกับเกษตรกรรม เหมืองแร่ เขื่อน และโครงการพลังงานอย่างไร โดยเชื่อมประสบการณ์ของชุมชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและภูมิภาคอื่น ๆ เข้ากับการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์การเมืองเบื้องหลังการขยายตัวของตลาดคาร์บอน รวมถึงผลกระทบต่อที่ดิน ป่าไม้ และสิทธิชุมชน ตลอดจนข้อกังวลและการตอบสนองของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
เวทีจะเชื่อมโยงแนวโน้มระดับโลกกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยให้ประสบการณ์และมุมมองของชุมชนเป็นศูนย์กลางของการสนทนา ก่อนเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วม
Winnie Overbeek, World Rainforest Movement (WRM)
เศรษฐศาสตร์การเมืองและการขยายตัวของตลาดคาร์บอนทั่วโลก กับความเชื่อมโยงกับเขื่อน เหมืองแร่ เกษตรกรรม และโครงการพลังงาน
วิเคราะห์เศรษฐศาสตร์การเมืองเบื้องหลังตลาดคาร์บอน การขยายตัวในระดับโลก และความเชื่อมโยงกับเขื่อน เหมืองแร่ เกษตรกรรม พลังงาน และการใช้ทรัพยากรและโครงการพัฒนารูปแบบต่าง ๆ
พฤ โอโดเชา ผู้นำชุมชนปกาเกอะญอและผู้ขับเคลื่อนสิทธิในที่ดินและป่าของชาวชาติพันธ์ในภาคเหนือของประเทศไทย เกี่ยวกับชุมชนที่อยู่กับป่า ภูมิปัญญาปกาเกอะญอ สิทธิชุมชน และคำถามเรื่องคาร์บอน
ถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองของชุมชนปกาเกอะญอในการอยู่ร่วมกับและดูแลป่า เชื่อมโยงกับสิทธิในที่ดินและป่าของชุมชน และตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อป่าและพื้นที่ของชุมชนถูกนำเข้าไปอยู่ในโครงการคาร์บอน
Carolina Motoki, World Rainforest Movement (WRM)
ประสบการณ์ของชุมชนจากภูมิภาคต่าง ๆ: ผลกระทบของโครงการคาร์บอนต่อที่ดิน ป่าไม้ และสิทธิชุมชน
นำเสนอประสบการณ์จากภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้เห็นว่าโครงการคาร์บอนส่งผลต่อชุมชน พื้นที่ ป่าไม้ และสิทธิอย่างไร รวมถึงการตอบสนองของชุมชน
ห้อง JM402 คณะวารสารศาสตร์
กิจกรรมการฉายหนังและวงสนทนาหลังการดูหนัง มุ่งใช้ภาพยนตร์ สารคดี และแอนิเมชันเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบทสนทนาระหว่างผู้สร้าง ผู้ได้รับผลกระทบ และผู้ชม
โปรแกรมฉายแต่ละวันจะมีธีมที่แตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงกันภายใต้แนวคิด "สายธารประชาชน (People's Currents)" และอย่างน้อยหนึ่งโปรแกรมจะเป็นผลงานจาก Mekong Youth Lab เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดมุมมองและเรื่องเล่าจากพื้นที่ของตนเอง
สารคดี 5 เรื่องสั้น ความยาว 50 นาที
- ปลากฎกลาย
- ก่อนจะถูกกลืนกิน
-เมื่อยามสิ้นแสง
-บ่อึดบ่อยาก
-โขง ขม ขื่น
เสวนา “มองภาพยนตร์และสารคดีในฐานะเครื่องมือรับใช้สังคมและชุมชน”
ปัญญ์ชนก ศรีโยหะ จาก ม.ธรรมศาสตร์
วธัญญู แหวนพรม จาก ม.นครพนม
ธนพัฒน์ ลีบาง จาก ม.ราชภัฎอุดรธานี
ญาณิศา แตงอ่อน จาก ม.รังสิต
คุณอุรุพงษ์ รักษาสัตย์
ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี และอาจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์
ธีรยุทธ์ วีระคำ จากพนมนครรามา
ดำเนินการเสวนา
ห้องบรรยาย 1-2 ชั้น 6 อาคารเอนกประสงค์ 1 วิทยาลัยป๋วย อึ๊งภากรณ์
กิจกรรมนี้สะท้อนแนวคิด People's Currents ผ่านการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่จากสองประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมอง และบทบาทของตนในการรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเยาวชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
เวทีเสวนานี้รวบรวมวิทยากร 6 ท่าน จากประเทศไทยและลาว เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของคนรุ่นใหม่ในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และการสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
การเสวนาจัดในรูปแบบถาม–ตอบ โดยผู้ดำเนินรายการจะชวนวิทยากรแลกเปลี่ยนประเด็นเกี่ยวกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของเยาวชน และแนวทางในการสร้างแรงบันดาลใจและเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยและลาว
ช่วงท้ายของกิจกรรมจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากร ก่อนสรุปประเด็นสำคัญและปิดการเสวนา
ห้อง F408 ตึก 60 ปี คณะวารสารศาสตร์
โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษและท่าเรือน้ำลึกทวายถูกวางให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เชื่อมเมียนมา ไทย และภูมิภาค ขณะที่ถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่องถึงผลกระทบต่อที่ดิน ทรัพยากร ระบบนิเวศ วิถีชีวิต และสิทธิของประชาชน ภายหลังรัฐประหารในเมียนมาปี 2564 บริบทของทวายยิ่งเชื่อมโยงกับการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ การลงทุน พลังงาน และเส้นทางการค้าของภูมิภาค รวมถึง Land Bridge, SEC และแนวคิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ SMR
เวทีนี้ชวนกลับมามองทวายผ่านสายตาของประชาชนและภาคประชาสังคม เชื่อมโยงการต่อสู้ของชุมชนทวายกับชุมชนในประเทศไทยที่กำลังเผชิญโครงการ Land Bridge และ SEC พร้อมตั้งคำถามต่อทิศทางการลงทุน พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทของประชาชนในการกำหนดอนาคตของการพัฒนา
ออกแบบเป็นการสนทนาที่เชื่อมโยงเสียงจากพื้นที่กับภาพใหญ่ระดับภูมิภาค โดยไม่จำกัดเฉพาะโครงการทวาย แต่เชื่อมโยงการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์เข้าด้วยกัน
ผู้พูด
• ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร - คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition)
• Bo Bo - ตัวแทนภาคประชาสังคมทวาย ประเทศเมียนมา
• ดร.วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย นักวิชาการไทยที่ติดตามโครงการทวาย–SEC–แลนด์บริดจ์
• ธารา บัวคำศรี - ตัวแทน Climate Connecters
ผู้ดำเนินรายการ: วิชัย จันทวาโร - เสมสิกขาลัย (SEM)
ห้อง F410 ตึก 60 ปี คณะวารสารศาสตร์
วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้บทบาทของนักมานุษยวิทยารุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากผู้สังเกตการณ์ภายนอกสู่การทำงานร่วมกับชุมชน เครือข่ายภาคประชาชน และขบวนการเคลื่อนไหว ทั้งในฐานะนักวิจัย ผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้ และในบางกรณีเป็นผู้ปกป้องสิทธิและความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่ามานุษยวิทยาในยุควิกฤติไม่ได้มีหน้าที่เพียงอธิบายโลก หากยังต้องเผชิญคำถามด้านจริยธรรมเกี่ยวกับบทบาทของนักวิชาการ เมื่อการผลิตความรู้ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตผู้คนและความไม่เป็นธรรมในสังคม
เวทีนี้มุ่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักมานุษยวิทยารุ่นใหม่ที่ทำงานในบทบาทและบริบทที่หลากหลาย ทั้งในมหาวิทยาลัย องค์กรพัฒนาเอกชน และเครือข่ายชุมชน เพื่อสำรวจว่ามานุษยวิทยาสิ่งแวดล้อมกำลังขยายพรมแดนขององค์ความรู้และการทำงานร่วมกับสังคมอย่างไรในยุคแห่งวิกฤติ
วิทยากร (อยู่ระหว่างการประสานงาน)
ชนาง อำภารักษ์ The Mekong Butterfly นักศึกษาปริญญาเอก สาขามานุษยวิทยา ม. ธรรมศาสตร์
ณัฐสุดา ปั่นทรัพย์ Project SEVANA South East Asia นักศึกษาปริญญาเอก สาขามานุษยวิทยา ม. ธรรมศาสตร์
เฉลิมชัย วัดจัง Land Watch THAI นักศึกษาปริญญาเอก สาขามานุษยวิทยา ม. ธรรมศาสตร์
กิตติภณ ภูมิสุทธิกุล Toward Organic Asia
ดำเนินรายการโดย นันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากร DayBreaker Network
ห้อง ร.406 ชั้น 4 คณะรัฐศาสตร์
การลงทุนใน Data Center หรือศูนย์ข้อมูล กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งจากทุนไทยและต่างประเทศ การขยายตัวดังกล่าวนำมาสู่คำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมถึงการแข่งขันและการแย่งชิงทรัพยากรสำคัญ โดยเฉพาะ ที่ดิน น้ำ และไฟฟ้า
เวทีนี้ชวนมองการขยายตัวของ Data Center ในพื้นที่ EEC ผ่านมุมมองของนักวิชาการ ภาคประชาชน และภาคการเมือง เพื่อทำความเข้าใจการลงทุน ผลกระทบต่อประชาชน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและตั้งคำถามต่อทิศทางการลงทุนและการใช้ทรัพยากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงพื้นที่และชีวิตของผู้คน
ลำดับการสนทนา
- จาก AI สู่ Hyperscale Data Center: เศรษฐกิจดิจิทัลที่ต้องใช้ทรัพยากรจริง
Larry Lohmann, The Corner House — ออนไลน์
(ประมาณ 20 นาที)
มอง AI และ Data Center ผ่านพลังงาน น้ำ ทรัพยากร ที่ดิน และแรงงาน รวมถึงความเหลื่อมล้ำ การเอารัดเอาเปรียบ และความสัมพันธ์เชิงอาณานิคมที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล - จากกระแส AI โลกสู่ EEC: ทำไม Data Center จึงมาที่นี่?
ดร. สมนึก จงมีวศิน, EEC Watch
เชื่อมภาพระดับโลกกับการลงทุน Data Center ในประเทศไทย โดยเฉพาะ EEC ความต้องการทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐาน และความหมายต่อทิศทางการพัฒนาของประเทศ - เมื่อชุมชนต้องอยู่กับ Data Center: เสียงจากชลบุรี
สรายุทธ สนรักษา ตัวแทนชุมชนจังหวัดชลบุรี
ประสบการณ์และข้อกังวลของชุมชนต่อผลกระทบด้านน้ำ ไฟฟ้า สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และทรัพยากรท้องถิ่น - เปิดวงสนทนา: Beyond Regulation
เชื่อมภาพระดับโลกกับประสบการณ์ในพื้นที่ ตั้งคำถามว่าใครได้ประโยชน์ ใครแบกรับต้นทุน และเราควรคิดถึงทางเลือกที่มากกว่าการกำกับการขยายตัวของ Data Center อย่างไร
ผู้ดำเนินรายการ: พรพนา ก๊วยเจริญ (กุ้ง)
ห้อง F410 ตึก 60 ปี คณะวารสารศาสตร์
ชุมชนตามลุ่มน้ำข้ามพรมแดนในเอเชียกำลังเผชิญแรงกดดันจากการพัฒนาและการแสวงประโยชน์จากทรัพยากร โดยผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการปกป้องแม่น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิทธิชุมชน เวทีนี้นำผู้หญิงนักปกป้องแม่น้ำจาก ลุ่มน้ำสาละวิน แม่น้ำโขง และพรหมบุตร มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้ของชุมชนและการสร้างพลังร่วมเพื่อ ความเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และสังคม พร้อมเชื่อมโยงการต่อสู้ข้ามพรมแดนภายใต้แนวคิด สายธารประชาชน: จากการต่อสู้ของชุมชนสู่พลังร่วมกัน
เสวนาผู้หญิงนักปกป้องแม่น้ำจากลุ่มน้ำสาละวิน แม่น้ำโขง และพรหมบุตร ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้ของชุมชน การปกป้องแม่น้ำและสิทธิชุมชน รวมถึงการรวมตัวและสร้างพลังร่วมของผู้หญิงเพื่อตอบโต้การแสวงประโยชน์จากทรัพยากร พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วม
ผู้พูด
วิโนนา เลปชา (Winona Lepcha) นักธรรมชาติวิทยา ผู้ประกอบการ และผู้ทำงานปกป้องภูเขาและแม่น้ำแห่งซองกู (Dzongu) รัฐสิกขิม ประเทศอินเดีย
ดร. ลอบซัง ยังโซ (Dr. Lobsang Yangtso) นักวิจัยอาวุโสด้านสิ่งแวดล้อม เครือข่ายทิเบตนานาชาติ (International Tibet Network) ประจำเมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย
ดาวพระศุกร์ หมื่อพอ (Daoprasuk Muepoy) กลุ่มรักษ์แม่น้ำเงา และเครือข่ายแม่น้ำยวม-เงา-เมย-สาละวิน
ไพรินทร์ เสาะสาย (Phairin Sohsai) ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ องค์กร Rivers and Rights
อเยชา ดีซูซา (Ayesha Dsouza) ผู้จัดการโครงการผู้หญิงและแม่น้ำ (Women and Rivers Program) องค์กร International Rivers
*** ห้องประชุมริมน้ำ (107-108) คณะศิลปศาสตร์***
เวทีเสวนาเพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ของเกษตรกร ชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน เข้ากับประเด็นเชิงนโยบายด้านระบบอาหาร สิทธิเกษตรกร และการจัดการทรัพยากร โดยเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ปฏิบัติงาน นักวิชาการ และเครือข่ายระดับภูมิภาค
ประเด็นสำคัญ ได้แก่
การรับรองพันธุ์โดยองค์กรชุมชนและความท้าทายจากเทคโนโลยี Gene Editing
ผลกระทบของนโยบายและข้อตกลงการค้า (FTA) ต่อระบบเกษตรและอาหาร
สิทธิเกษตรกรในการจัดการเมล็ดพันธุ์และพันธุกรรม
การปรับตัวของเกษตรกรต่อวิกฤตภูมิอากาศผ่านการจัดการพันธุ์และความหลากหลายทางชีวภาพ
การเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่
การสร้างพลังของขบวนการภาคประชาชน
ประเด็นสิทธิในที่ดินและการปกป้องฐานทรัพยากรอาหาร
วิทยากรและผู้ร่วมแลกเปลี่ยน
กรรณิการ์ กิตติเวชกุล (FTA Watch)
นโยบายและข้อตกลงการค้า (FTA) และผลกระทบต่อเกษตรกร
ผู้แทน Focus on the Global South และตัวแทนเกษตรกร
ความเคลื่อนไหวของ UNDROP สิทธิเกษตรกร และการจัดการพันธุ์
ผู้แทน SEARICE
สถานการณ์กฎหมายพันธุ์พืชและผลกระทบต่อเกษตรกรในระดับภูมิภาค พร้อมกรณีศึกษาจากประเทศต่าง ๆ
ผู้แทนเครือข่ายจากต่างประเทศ
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านที่ดินและการปกป้องฐานทรัพยากรอาหาร
ผู้ดำเนินรายการ
กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา
ห้องบรรยาย 1-2 ชั้น 6 อาคารเอนกประสงค์ 1 วิทยาลัยป๋วย อึ๊งภากรณ์
เวทีเสวนานี้มุ่งฉายภาพความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองไทย การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การต่อสู้ของประชาชนรากหญ้า และผลกระทบที่เชื่อมโยงไปยังภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งสอดคล้องกับธีมของงาน “สายธารประชาชน: จากการต่อสู้ของชุมชนสู่พลังรวมแห่งการเปลี่ยนแปลง”
ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ MAEW 2026 เวทีนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทำความเข้าใจทั้งสถานการณ์และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมภายในประเทศไทย ตลอดจนบทบาทของไทยในภูมิภาค รวมถึงผลกระทบจากนโยบายและการพัฒนาของไทยที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในประเทศเพื่อนบ้านด้วย
กิจกรรมในรูปแบบเวทีเสวนา โดยมีวิทยากร 6 ท่านร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างพัฒนาการทางการเมืองของไทย การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การเคลื่อนไหวของภาคประชาชน และผลกระทบที่ขยายไปสู่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ผ่านประเด็นต่าง ๆ
วิทยากร
“การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยกับทิศทางของสังคมและคนรุ่นใหม่”
ชวนมองพัฒนาการทางการเมืองไทยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และผลต่อพื้นที่ประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชน และการเติบโตของคนรุ่นใหม่
ธารา บัวคำศรี
“การเมืองไทยกับนโยบายสิ่งแวดล้อม: เมื่อการพัฒนาและอำนาจรัฐกำหนดอนาคตของทรัพยากร”
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการเมือง นโยบายการพัฒนา และผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
ผู้แทนชุมชนชาติพันธุ์
“แนวหน้าของการปกป้องผืนป่าและทรัพยากร: ประสบการณ์จากการต่อสู้ของชุมชนชาติพันธุ์”
ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของชุมชนในการปกป้องที่ดิน ป่าไม้ และวิถีชีวิต ท่ามกลางแรงกดดันจากนโยบายและโครงการพัฒนาของรัฐ
รองศาสตราจารย์นฤมล ทับจุมพล
“เมื่อการพัฒนาของไทยก้าวข้ามพรมแดน: นโยบายไทยกับผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มน้ำโขง”
สำรวจบทบาทของรัฐไทย ภาคธุรกิจ และการลงทุนข้ามพรมแดน ที่ส่งผลต่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และชุมชนในประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้แทนจากลาวและเมียนมา
“เสียงจากประเทศเพื่อนบ้าน: ผลกระทบจากการพัฒนาข้ามพรมแดนและการลุกขึ้นของคนรุ่นใหม่”
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในลาวและเมียนมา พร้อมสะท้อนบทบาทของคนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
เวทีสนทนาร่วม
จากการเมืองไทยสู่ความรับผิดชอบร่วมของภูมิภาค
เปิดพื้นที่ให้วิทยากรและผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนถึงบทเรียน ความท้าทาย และแนวทางสร้างความร่วมมือเพื่อความเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ห้อง JM402 คณะวารสารศาสตร์
แม่น้ำสาละวินหล่อเลี้ยงชีวิต อาหาร วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ของชุมชนริมฝั่งมาหลายชั่วอายุคน แต่ปัจจุบันชุมชนกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากการปนเปื้อนที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมเหมืองแร่ข้ามพรมแดน เมื่อมลพิษเดินทางมากับสายน้ำ ผลกระทบจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่คุณภาพน้ำ แต่แทรกเข้าไปในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การหาปลา อาหาร รายได้ สุขภาพ ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นต่าง ๆ กับแม่น้ำ
กิจกรรมนี้นำเสนอ สารคดีสั้น 4 เรื่อง ที่พัฒนาขึ้นโดยคนทำหนังรุ่นใหม่ หลังจากกระบวนการเรียนรู้และลงพื้นที่ในชุมชนบ้านท่าตาฝั่ง จังหวัดแม่ฮ่องสอนของลุ่มน้ำสาละวิน ภาพยนตร์แต่ละเรื่องมองวิกฤตเดียวกันจากมุมที่แตกต่าง ทั้งความทรงจำของคนรุ่นก่อน ชีวิตประจำวันที่ยังต้องพึ่งพาแม่น้ำ ความเปลี่ยนแปลงของอาหารและวิถีการหาปลา ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น และคำถามว่า เมื่อมลพิษสามารถข้ามพรมแดนได้อย่างอิสระ เหตุใดการปกป้องประชาชนและความรับผิดชอบต่อผลกระทบจึงยังถูกจำกัดด้วยพรมแดนของรัฐ
กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์เพื่อนำเสียงและประสบการณ์ของชุมชนริมสาละวินมาสู่พื้นที่สาธารณะ และใช้พลังของคนรุ่นใหม่และการสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนกับคำถามด้านความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค
ห้อง F408 ตึก 60 ปี คณะวารสารศาสตร์
*** ห้อง F410 ตึก 60 ปี คณะวารสารศาสตร์***
กิจกรรมมุ่งลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของชุมชนและภาคประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมในนโยบายสาธารณะ การใช้ AI อย่างเหมาะสมจะช่วยให้ภาคประชาสังคมเข้าถึง วิเคราะห์ และสื่อสารข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่าย และเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน
รูปแบบกิจกรรม
-
ถกกระแสพลังงานและเจาะลึกนโยบาย (Discussion & Case Study) ร่วมพูดคุยปูพื้นฐานสถานการณ์พลังงานโลก และเจาะลึกประเด็นสำคัญในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2026) ที่ภาคประชาชนควรจับตา ผู้ดำเนินโครงการ Know Your Power จะร่วมแบ่งปันประสบการณ์และสาธิตการใช้เครื่องมือ AI เพื่อสนับสนุนงานรณรงค์ ตั้งแต่การรวบรวมและจัดการข่าวสารที่กระจัดกระจาย การดึงข้อมูลเชิงลึกจากเอกสารนโยบาย มติคณะกรรมการ และรายงานการรับฟังความคิดเห็นของภาครัฐ ไปจนถึงการใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ประเด็นสำคัญและค้นหาข้อสังเกตจากข้อมูลโครงสร้างพลังงานที่มีความซับซ้อน
-
การแลกเปลี่ยนและการพูดคุย (Interactive Group Discussion) หลังการนำเสนอ ผู้เข้าร่วมจะร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความท้าทายในการจัดการข้อมูลของแต่ละองค์กร ผ่านการพูดคุยกลุ่มย่อย เพื่อสำรวจแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ในการติดตามประเด็นนโยบายอย่าง PDP2026 ให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง และเพิ่มศักยภาพในการรณรงค์ สื่อสารสาธารณะ และสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่าย
ผู้บรรยาย
- คุณวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ (ผู้ดำเนินรายการ), จากมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ
- คุณชื่นชม (ชม) กรีเซน (วิทยากร) จากทีมงาน Know Your Power
- คุณฐณัฏฐ์ (นุ) สง่าราศรี (วิทยากร) จากทีมงาน Know Your Power
ห้อง ร.406 ชั้น 4 คณะรัฐศาสตร์
Dances of Universal Peace (DUP) เป็นการภาวนาผ่านการเคลื่อนไหวเป็นวงร่วมกับบทเพลง โดยมีรากฐานจากวลีศักดิ์สิทธิ์ของหลากหลายศาสนา ความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น กิจกรรมชวนให้ผู้เข้าร่วมโอบรับความหลากหลาย เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว และกลับมาอยู่กับสภาวะภายในของตนเองในปัจจุบันขณะ
DUP เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงภายในและการขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมไม่สามารถแยกออกจากกันได้ การเชื่อมโยงกับตัวตนภายในและการเชื่อมโยงกับผู้คน สังคม และโลก ล้วนเป็นกระบวนการที่สะท้อนและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน
กิจกรรมเต้นรำและร้องเพลงภาวนาในรูปแบบกลุ่มจะเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์ของ "การไหลไปด้วยกัน" ผ่านร่างกาย เสียงเพลง และการเคลื่อนไหว ได้เรียนรู้ที่จะรับรู้จังหวะของตนเอง พร้อมทั้งเคลื่อนไหวไปกับจังหวะของผู้อื่น อันเป็นประสบการณ์ร่วมที่สอดคล้องกับธีม People's Current: In the Same Flow
ผู้เข้าร่วมจะร่วมร้องเพลงและเคลื่อนไหวไปพร้อมกันเป็นวง โดยมีผู้นำวงคอยดูแลกระบวนการและแนะนำบทเพลงทีละบท แต่ละบทเพลงจะพาผู้เข้าร่วมทำความเข้าใจที่มาและความหมายของวลี ดนตรี และการเคลื่อนไหว เพื่อเปิดประสบการณ์ของการเชื่อมโยงทั้งกับตนเองและผู้คนที่มีพื้นเพ ความเชื่อ และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ผ่านการบ่มเพาะความรัก ความเมตตา และความเห็นอกเห็นใจต่อตนเอง ผู้อื่น สรรพชีวิต สังคม และโลก
ทีมผู้จัดยังมีความประสงค์จะเชิญครูผู้เป็น Dance Leader จากประเทศเอกวาดอร์ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยในช่วงงาน MAEW พอดี มาร่วมเป็นผู้นำวงด้วย
ห้องบรรยาย 1-2 ชั้น 6 อาคารเอนกประสงค์ 1 วิทยาลัยป๋วย อึ๊งภากรณ์
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ธนาคารโลกมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายที่เปิดพื้นที่ป่าและที่ดินเข้าสู่ตลาดทุน ซึ่งนำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าขนาดใหญ่และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาป่า ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกก็วางบทบาทของตนเองในฐานะผู้นำในการหยุดยั้งการทำลายป่าเขตร้อน ตั้งแต่ Tropical Forestry Action Plan (TFAP) ในทศวรรษ 1980, Forest Carbon Partnership Facility (FCPF) ในทศวรรษ 2010 จนถึง Tropical Forests Forever Facility (TFFF) ในปัจจุบัน ซึ่งล้วนถูกตั้งคำถามถึงความล้มเหลว คำมั่นสัญญาที่ไม่เกิดขึ้นจริงต่อชุมชนป่า และการกล่าวโทษชุมชนที่พึ่งพาป่าว่าเป็นสาเหตุของการทำลายป่า
เวทีนี้จะนำบทเรียนดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับ ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยใช้ลาวเป็นกรณีศึกษาสำคัญ เพื่อย้อนดูบทบาทของธนาคารโลกในการจัดการป่าไม้ตั้งแต่โครงการอย่าง FOMACOP มาจนถึงนโยบายป่าไม้และ carbon credits ในปัจจุบัน พร้อมนำเสียงและประสบการณ์จากลาวเข้ามาในบทสนทนา ก่อนการประชุมประจำปีธนาคารโลกและ IMF ที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม 2026
วงเสวนาโดยผู้ร่วมอภิปรายประมาณ 3–4 คน เชื่อมโยงภาพระดับโลกกับประสบการณ์ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและลาว ได้แก่
วินนี่ โอเวอร์บีค (Winnie Overbeek) จาก องค์กรป่าฝนโลก (World Rainforest Movement : WRM)
”บทบาทของธนาคารโลกต่อนโยบายป่าไม้ในระดับโลก จาก TFAP, FCPF ถึง TFFF และผลกระทบต่อป่าและชุมชนที่พึ่งพาป่า”
เปรมฤดี ดาวเรือง, โปรเจกต์เสวนา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “บทบาทของธนาคารโลกต่อการจัดการป่าไม้ในลาว จาก การค้าไม้ถึงคาร์บอนเครดิต”
ตัวแทนจากสปป.ลาว (อยู่ในระหว่างการติดต่อ) “ประสบการณ์และมุมมองจากพื้นที่ต่อการเปลี่ยนแปลงของป่าจากการจัดการทรัพยากร”
ผู้ร่วมเสวนาคนที่ 4 (รอยืนยัน) “ ประสบการณ์จากประเทศอื่นในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
หลังจากนั้นเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนและตั้งคำถามต่อบทบาทของธนาคารโลกในปัจจุบัน และผลกระทบของนโยบายป่าไม้และตลาดคาร์บอนต่อชุมชน
ห้อง F408 ตึก 60 ปี คณะวารสารศาสตร์
การต่อสู้ของประชาชนในเมียนมา ปาปัวตะวันตก และปาเลสไตน์เกิดขึ้นภายใต้บริบททางประวัติศาสตร์และการเมืองที่แตกต่างกัน แต่ต่างเผชิญกับความรุนแรงที่ส่งผลต่อผู้คน พื้นที่ชีวิต และทรัพยากร ตั้งแต่การทำลายระบบนิเวศและพื้นที่อยู่อาศัย การใช้กำลังทหารและนโยบายทำลายพื้นที่ ไปจนถึงการยึดครองและการครอบงำด้วยกำลัง
กิจกรรมนี้เปิดพื้นที่ให้เรียนรู้จากการต่อสู้ของประชาชนในทั้งสามพื้นที่ โดยเชื่อมโยงกับสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง อธิปไตยทางอาหาร พลังงาน และทรัพยากร ตลอดจนสิทธิของชุมชนในการปกป้องพื้นที่และวิถีชีวิตของตนเอง
แทนที่จะมองแต่ละการต่อสู้แยกออกจากกัน วงแลกเปลี่ยนจะชวนผู้เข้าร่วมมองหาประเด็นร่วมท่ามกลางความแตกต่าง เรียนรู้ว่าขบวนการประชาชนในแต่ละพื้นที่กำลังตอบโต้และต่อรองกับความรุนแรงเหล่านี้อย่างไร และสำรวจความเป็นไปได้ในการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและการสนับสนุนซึ่งกันและกันข้ามพรมแดน
- เปิดวงและวางบริบท — ประมาณ 10 นาที
ผู้ดำเนินกระบวนการแนะนำวัตถุประสงค์ของวง และอธิบายแนวคิดสำคัญที่ใช้ในการสนทนา เช่น ecocide, urbicide และ settler colonialism เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันก่อนเข้าสู่กรณีต่าง ๆ
- เรียนรู้จากการต่อสู้ในสามพื้นที่
ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนจากหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ เมียนมา ปาปัวตะวันตก และปาเลสไตน์ นำเสนอภาพของการต่อสู้ในแต่ละพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อผู้คน ชุมชน พื้นที่ชีวิต และทรัพยากร รวมถึงการเคลื่อนไหวของประชาชนเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง
สามารถใช้ภาพหรือคลิปภาพยนตร์สั้นประกอบ เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมเห็นบริบทและภูมิทัศน์ของการต่อสู้แต่ละพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น
- วงแลกเปลี่ยนร่วมกับผู้เข้าร่วม
เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนจากประสบการณ์ของตนเอง และร่วมกันสำรวจคำถาม
- ปิดวง: Messages of Solidarity
ผู้เข้าร่วมร่วมกันเขียนข้อความแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันบนแผ่น banner ยาว เพื่อสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้และสิ่งที่ต้องการส่งต่อไปยังประชาชนและขบวนการในพื้นที่ต่าง ๆ
Banner สามารถนำไปจัดแสดงในช่วงปิดงาน MAEW 2026 และเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ของงานต่อไป
*** ห้องประชุมริมน้ำ (107-108) คณะศิลปศาสตร์***
หลังจากสำรวจปัญหาและความท้าทาย เวทีในวันที่สามชวนมองเห็นความหวังผ่านระบบอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม การฟื้นฟูระบบนิเวศ และพลังของคนรุ่นใหม่ เวทีปิดจึงเป็นพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแบ่งปันสิ่งที่ทำให้เชื่อว่า "ทางเลือก" ไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการ แต่กำลังเกิดขึ้นแล้วในหลายพื้นที่
เป็นวงสะท้อนความคิด (Reflection Circle)วงเล็ก โดยการเชิญผู้ร่วมสะท้อน 5 คน ประกอบด้วย;
เยาวชน
ศิลปิน
นักสร้างสรรค์
ชุมชน
คำถาม :
อะไรคือทางเลือกที่คุณอยากเห็นเติบโตต่อไป?
ลานปรีดี พนมยงค์
ตลาดอธิปไตยทางอาหารภาคประชาชนเป็นพื้นที่เรียนรู้ตลอดทั้งงาน MAEW 2026 ตลาดอธิปไตยทางอาหารภาคประชาชน เปิดตลอดช่วงงาน MAEW 2026 โดยเป็นทั้งพื้นที่ตลาด พื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่รับประทานอาหารหลักของผู้เข้าร่วมงาน อาหารทุกมื้อจะปรุงและให้บริการโดยเครือข่ายชุมชนที่เข้าร่วมตลาด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และสัมผัสความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหารจากพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับ คูปองอาหาร เพื่อเลือกแลกรับอาหารจากซุ้มต่าง ๆ ภายในตลาดตามความสนใจ ซึ่งช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้ปรุงอาหาร และผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนระบบอาหารที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน
กิจกรรมภายในตลาดประกอบด้วย
People's Food Market – จำหน่ายอาหาร วัตถุดิบ เมล็ดพันธุ์ และผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายชุมชน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวและภูมิปัญญาของแต่ละพื้นที่
Food Ecology Mapping – จัดทำแผนที่ภูมินิเวศอาหารของเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงแหล่งอาหาร พันธุกรรมท้องถิ่น และการจัดการทรัพยากรของชุมชน
Learning Market – สาธิตอาหาร แนะนำวัตถุดิบ เล่าเรื่องชุมชน และกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกับผู้เข้าร่วม
Market Talks – วงเสวนาขนาดเล็กภายในตลาด โดยตัวแทนชุมชนจากภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคใต้ และประเทศในลุ่มน้ำโขง ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับระบบอาหารท้องถิ่น ความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน
ผ่านกิจกรรมทั้งหมดนี้ ตลาดอธิปไตยทางอาหารภาคประชาชน จึงเป็นพื้นที่ที่เกษตรกร ชุมชน นักวิชาการ เครือข่ายภาคประชาชน และผู้เข้าร่วมงาน MAEW ได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความร่วมมือ และร่วมกันสำรวจแนวทางการปกป้องระบบอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ และอธิปไตยทางอาหารที่ขับเคลื่อนโดยประชาชน
Stay up to date
Get occasional email updates from MAEW 2026. Nothing else, and you can stop any time.
At most one email every few days, only when there is something new. The schedule will see the name and email you enter here. We never sell or share them, and every email has an unsubscribe link. Privacy Policy
Confirming also sets up an account for you, so everything you follow is in one place.